📜 1. พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
พ.ร.บ. ปปง. เป็นกฎหมายหลักในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไทย โดยมี สำนักงาน ปปง. เป็นหน่วยงานกำกับดูแล
- ธ.ก.ส. มีสถานะเป็น สถาบันการเงินที่มีหน้าที่รายงาน ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. ปปง.
- ต้องรายงานธุรกรรมตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต่อ ปปง. อย่างเคร่งครัด
- พนักงานธนาคารทุกคนมีหน้าที่ แจ้งธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report — STR)
- การละเลยไม่ปฏิบัติตามมี โทษทั้งทางวินัยและทางอาญา
- แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปปง. (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 และ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2567
ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย วางมาตรการ ออกระเบียบ/ประกาศ กำกับดูแลผู้มีหน้าที่รายงาน รวมทั้งสั่งอายัดหรือยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
🔗 2. ความผิดมูลฐาน (Predicate Offenses)
การฟอกเงินต้องเกิดจาก ความผิดมูลฐาน คือความผิดที่เป็นต้นทางของเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกฟอก ปัจจุบันมี 28 ประเภทความผิดมูลฐาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น
- ยาเสพติด ผลิต/จำหน่าย/นำเข้า/ส่งออกยาเสพติดให้โทษ
- การทุจริต ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อภาครัฐ
- ค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ
- การพนัน การจัดให้มีการเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย
- ภาษีอากร การหลีกเลี่ยงภาษีอากรที่มีลักษณะเป็นขบวนการ
- หลักทรัพย์ การปั่นหุ้น/ฉ้อโกงหลักทรัพย์
- คอร์รัปชัน สินบน/คอร์รัปชัน
- อาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์, บัญชีม้า, หลอกลวงทางออนไลน์
- และการผิดอื่น ๆ อีก เช่น การก่อการร้าย, ลักทรัพย์/ฉ้อโกง, ปลอมแปลง, ค้าอาวุธ, ละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ
💡 ข้อควรจำ: ความผิดมูลฐานไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษา — แค่มีเหตุน่าเชื่อว่าทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานก็เพียงพอต่อการอายัด
🔄 3. กระบวนการฟอกเงิน 3 ขั้นตอน
การฟอกเงินมักดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการกระทำผิด:
นำเงินสดผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน
โอน/ย้ายผ่านหลายบัญชีหลายชั้น
เงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
- Placement: ฝากเงินสดเข้าธนาคาร ซื้อทรัพย์สินด้วยเงินสด นำเงินเข้าสู่ระบบ
- Layering: โอนเงินข้ามบัญชี เปลี่ยนสกุลเงิน ซื้อขายหลักทรัพย์ สร้างธุรกรรมซับซ้อน
- Integration: ใช้เงินในระบบปกติ — ซื้อบ้าน รถยนต์ ลงทุนธุรกิจ ดูเหมือนเงินถูกต้อง
🆔 4. KYC / CDD — การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
พนักงานธนาคารต้อง รู้จักและตรวจสอบลูกค้า ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้ธนาคารเป็นช่องทางฟอกเงิน
- ระบุตัวตน (Identification) — ขอหลักฐานแสดงตน: บัตร ปชช., หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่น
- ตรวจสอบตัวตน (Verification) — ยืนยันว่าลูกค้าตรงกับเอกสาร ตรวจสอบใบหน้า-รูปถ่าย, ลายน้ำ, โฮโลแกรม
- บันทึกข้อมูล — จัดเก็บข้อมูลลูกค้าในระบบเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
- ประเมินความเสี่ยง — วิเคราะห์วัตถุประสงค์การเปิดบัญชี, แหล่งที่มาของเงิน, อาชีพ, ธุรกรรมที่คาดหวัง
หากลูกค้าปฏิเสธหรือไม่ให้ความร่วมมือในการแสดงเอกสารหรือข้อมูล ต้องปฏิเสธการทำธุรกรรม ทันที และอาจต้องรายงานเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (ปปง. 1-03)
📊 5. การจำแนกระดับความเสี่ยงลูกค้า (Risk Categorization)
สถาบันการเงินต้อง จำแนกลูกค้าตามระดับความเสี่ยง ด้าน AML/CTF โดยใช้ปัจจัย:
- ปัจจัยด้านประเภทลูกค้า: บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล / PEP / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
- ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์/บริการ: ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง (บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป = ต่ำ, บัญชีนิติบุคคลซับซ้อน = สูง)
- ปัจจัยด้านช่องทาง: ทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต / เคาน์เตอร์ / ตัวแทน
- ปัจจัยด้านภูมิประเทศ: ประเทศกลุ่มเสี่ยงสูง (FATF ขึ้นบัญชีดำ/เทา)
ต้อง ทบทวนระดับความเสี่ยง ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง
👤 6. PEP — บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ
PEP (Politically Exposed Persons) คือ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ หรือเคยดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการฟอกเงินเนื่องจากอาจเข้าถึงเงินงบประมาณหรือทรัพย์สินของรัฐ
- นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, สส., สว.
- ผู้พิพากษาศาลสูง/ศาลรัฐธรรมนูญ
- ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ (ปลัดกระทรวง, อธิบดี)
- ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย
- บุคคลในครอบครัว (คู่สมรส, บุตร, บิดามารดา) และผู้ใกล้ชิด (known close associates)
- ต้องใช้ EDD (Enhanced Due Diligence) สำหรับ PEP ทุกราย
- ต้องขออนุมัติจาก ระดับผู้บริหาร ก่อนเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรม
- ต้องตรวจสอบ แหล่งที่มาของทรัพย์สินและเงินทุน อย่างละเอียด
- ต้อง ติดตามและทบทวนความสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่อง
- แม้พ้นตำแหน่งแล้ว ยังคงมีความเสี่ยง — ต้องตรวจสอบต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน
💡 ข้อควรจำ: พนักงาน ธ.ก.ส. ต้องสามารถระบุ PEP ได้จากระบบฐานข้อมูลของธนาคาร และต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาทันทีหากพบว่าลูกค้าเป็น PEP
🏢 7. เจ้าของประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership — BO)
การตรวจสอบ เจ้าของประโยชน์ที่แท้จริง คือการระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือควบคุมนิติบุคคล ไม่ใช่แค่ชื่อที่ปรากฏในเอกสารจดทะเบียน
- บังคับใช้กับ: นิติบุคคลทุกประเภทที่เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส.
- ต้องตรวจสอบ: ผู้ที่ถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป หรือมีอำนาจควบคุมนิติบุคคล
- กรณีไม่สามารถระบุ BO ได้: ต้องตรวจสอบผู้บริหารระดับสูงสุด (CEO/กรรมการผู้จัดการ) เป็น BO แทน
- ปรับปรุงข้อมูล: ต้องปรับปรุงข้อมูล BO เป็นระยะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
📋 8. การรายงานธุรกรรม — แบบรายงาน ปปง. ทุกประเภท
สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนดต่อสำนักงาน ปปง. ผ่าน ระบบ AMRAC (AML/CFT Risk Assessment & Case Management System) โดยมีแบบรายงานหลัก 5 ประเภท ดังนี้:
กรณี 2: การโอนเงิน ผ่านบัญชี ตั้งแต่ 700,000 บาท ขึ้นไป ต่อครั้ง/รายการ
- พนักงานธนาคาร ต้องเป็นผู้จัดทำแบบรายงานเอง — ห้ามให้ลูกค้ากรอก
- ต้องเก็บเป็น ความลับ — ห้ามเปิดเผยให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกรู้
- ระยะเวลา: รายงานทันที โดยไม่ชักช้า (as soon as practicable)
การบอกหรือแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าถูก รายงานต่อ ปปง. หรือกำลังถูก สอบสวน ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย มี โทษทั้งจำคุกและปรับ ห้ามเด็ดขาดแม้จะเป็นการบอกโดยสุจริต
🔍 9. ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) — พฤติกรรมที่พึงสังเกต
- Structuring / Smurfing: แบ่งฝาก/โอนเงินเป็นจำนวนหลายครั้งในมูลค่าใกล้เคียงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน (เช่น ฝากครั้งละ 1.9 ล้านบาท หลายครั้ง) — ต้องรายงานแม้รายการเดียวไม่ถึงเกณฑ์
- ขาดเหตุผลทางเศรษฐกิจ: ธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะ อาชีพ หรือพฤติกรรมที่ผ่านมา (เช่น เกษตรกรฝาก 1.8 ล้านสด)
- ซับซ้อนผิดปกติ: ธุรกรรมหลายขั้นตอนไร้เหตุผลทางการเงิน, โอนเข้าออกหลายบัญชีในเวลารวดเร็ว
- รีบร้อนผิดปกติ: ลูกค้าเร่งรัดให้ทำธุรกรรมเร็วผิดปกติ กดดันพนักงาน
- ไม่สามารถอธิบายที่มา: ที่มาของเงินไม่ชัดเจน / เอกสารปลอมหรือถูกแก้ไข / คำอธิบายขัดแย้ง
- เกี่ยวข้องกับประเทศกลุ่มเสี่ยง: ธุรกรรมจาก/ไปประเทศที่ FATF ขึ้นบัญชี
- เปลี่ยนพฤติกรรมกะทันหัน: ลูกค้าที่ปกติไม่เคยทำธุรกรรมสูง อยู่ดี ๆ มีเงินสดจำนวนมาก
- ใช้บัญชีผู้อื่น: บุคคลที่สามนำเงินมาฝาก/โอนเข้าบัญชีโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน (บัญชีม้า)
- ทำ CDD เพิ่มเติม — สอบถามที่มาและวัตถุประสงค์ของธุรกรรม
- ประเมิน — หากยังไม่หายสงสัย ให้ปฏิเสธธุรกรรม
- จัดทำ ปปง. 1-03 — รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (พนักงานทำเอง ห้ามให้ลูกค้ากรอก)
- เก็บเป็นความลับ — ห้าม Tipping-off เด็ดขาด
- ส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชา — ผช.ผจข. / ผจข. อนุมัติและส่งต่อ ปปง.
💾 10. การเก็บรักษาข้อมูลและเอกสาร
สถาบันการเงินต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AML/CTF ตามข้อกำหนดของ ปปง.:
- ข้อมูลลูกค้า: เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้า
- ข้อมูลธุรกรรม: เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่ทำธุรกรรม
- แบบรายงาน ปปง.: เก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
- รูปแบบการเก็บ: เอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ต้องสามารถเรียกตรวจสอบได้เมื่อ ปปง. ร้องขอ
🛡️ 11. พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
กฎหมายที่ออกมาเพื่อรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ บัญชีม้า และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ AML
- บัญชีม้า: การเปิดบัญชีหรือให้ยืมใช้บัญชีแก่ผู้อื่นโดยไม่สุจริต หรือโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด มีความผิดตามกฎหมาย — โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มาตรการร่วมรับผิดชอบ: สถาบันการเงินต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายของลูกค้าหากไม่ดำเนินการตามมาตรฐานที่ ธปท. กำหนด
- การอายัด/ระงับธุรกรรม: เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ให้ธนาคารระงับธุรกรรมไว้ก่อนได้ และแจ้ง ปปง./ตำรวจ
- การแลกเปลี่ยนข้อมูล: ธนาคารสามารถเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พนักงาน ธ.ก.ส. ต้องสังเกตพฤติกรรมที่เข้าข่ายบัญชีม้า: บุคคลที่สามนำเงินสดมาฝากเข้าบัญชีผู้อื่น, เปิดบัญชีแล้วให้ผู้อื่นใช้, มีการแจ้งรหัส OTP/รหัสบัญชีให้บุคคลอื่น การตรวจสอบ KYC/CDD สำหรับกรณีต้องสงสัยบัญชีม้าต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ
📚 12. การอบรมพนักงานด้าน AML
ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินที่มีหน้าที่รายงาน ต้องจัดให้มีการอบรมพนักงานด้าน AML/CTF อย่างสม่ำเสมอ:
- จัดให้มี การอบรม AML ประจำปี สำหรับพนักงานทุกคน
- ครอบคลุมหัวข้อ: กฎหมาย ปปง., KYC/CDD, การรายงานธุรกรรม, การสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย, Tipping-off
- พนักงานใหม่ต้องได้รับการอบรม AML ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
- พนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่างประเทศ / ธุรกรรมขนาดใหญ่ต้องได้รับการอบรม EDD/PEP เฉพาะด้าน
- ต้องมี การทดสอบความรู้ หลังการอบรม
- บันทึกการอบรมต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 5 ปี
🏛️ 13. การกำกับดูแลโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ธปท. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลสถาบันการเงินด้าน AML/CTF ร่วมกับ ปปง.:
- กำหนด มาตรฐานการปฏิบัติ ด้าน AML สำหรับธนาคารพาณิชย์และ ธ.ก.ส.
- ตรวจสอบ Compliance ของธนาคารในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ปปง.
- กำกับดูแลให้ธนาคารมี ระบบงาน AML ที่เหมาะสม — ระบบตรวจสอบธุรกรรม (Monitoring System), ระบบคัดกรอง (Screening System)
- กำหนด มาตรการร่วมรับผิดชอบ ตาม พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- ตรวจสอบ การอบรมพนักงาน ด้าน AML ของธนาคาร
- มีอำนาจ ลงโทษทางปกครอง แก่ธนาคารที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
⚖️ 14. บทลงโทษ — แยกตามประเภทความผิด
⚠️ 15. ข้อควรระวังสำหรับผู้ช่วยผู้จัดการสาขา (ผช.ผจข.)
- ควบคุมพนักงานให้ทำ KYC/CDD ทุกครั้ง — กำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
- อนุมัติรายงาน ปปง. 1-03 อย่างเป็นความลับ — ห้ามเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องทราบ
- ควบคุมธุรกรรมเงินสดเกิน 2 ล้านบาท — ให้ส่งรายงานทันทีภายใน 5 วันทำการ
- ตรวจสอบการอบรม AML — ตรวจสอบว่าพนักงานทุกคนผ่านการอบรม AML ประจำปี
- เป็นแบบอย่างที่ดี — สร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติตามกฎหมายภายในสาขา
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย — รับทราบประกาศ/แนวปฏิบัติใหม่จาก ปปง. และ ธปท.
- รายงานต่อผู้จัดการสาขา — เมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงด้าน AML ในสาขา
- ห้าม ละเลย/เมินเฉย เมื่อพนักงานไม่ทำ KYC/CDD
- ห้าม บอกลูกค้า ว่าถูกรายงาน ปปง. (Tipping-off)
- ห้าม อนุมัติรายงานโดยไม่ตรวจสอบ ความถูกต้อง
- ห้าม ปิดบัง เมื่อพบการกระทำผิดด้าน AML ในสาขา
🐴 16. บัญชีม้า 5 ระดับ — รหัส + ข้อจำกัด + แนวทางปฏิบัติ
บัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลอื่นซึ่งถูกคนร้ายนำมาใช้เป็นช่องทางรับเงินและถ่ายโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงมาถึงตัวผู้กระทำผิด
คนร้ายหาบัญชีม้าได้หลายวิธี: โจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล, จ้างคนเปิดบัญชี, รับซื้อบัญชีจากบุคคลทั่วไป
- ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง ต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงในระดับเข้มข้น (EDD)
- รหัส HR-03-1 = บุคคลที่ถูกร้องทุกข์ กล่าวโทษ ในความผิดมูลฐานที่พนักงานสอบสวนรับเป็นเลขคดีอาญา
- รหัส HR-03-2 = บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน แต่ยังไม่มีการรับเป็นเลขคดีอาญา
- หากตรวจพบลูกค้าตรงกับ FREEZE-04 / FREEZE-05 / FREEZE-15 = ห้ามทำธุรกรรม + อายัดทรัพย์
- หากตรวจพบลูกค้าตรงกับ HR-01 / HR-02 / HR-03 / DJ / PEP / RCA = เฝ้าระวัง
| ระดับ | รหัส Smart Info | สถานะ ZT | ข้อจำกัดหลัก |
|---|---|---|---|
| ⚫ ม้าดำ (ระดับ 1 - ร้ายแรงสุด) |
HR-03-01 HR-03-02 |
ZT01 |
• ห้ามเปิดบัญชีเพิ่ม (ยกเว้นรับเงินช่วยเหลือภาครัฐ + ต้องมีเอกสารรับรอง) • ไม่เสนอขายผลิตภัณฑ์/บริการอื่น • ระงับอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง • ถอนได้เฉพาะเบี้ยยังชีพ/เงินช่วยเหลือภาครัฐ |
| 🔘 ม้าเทาเข้ม | GL-01 | ZT02 |
• ห้ามเปิดบัญชีเพิ่ม (ยกเว้นรับเงินช่วยเหลือภาครัฐ) • ไม่เสนอขายผลิตภัณฑ์/บริการอื่น • ระงับอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง • ถอนได้เฉพาะเบี้ยยังชีพ |
| ⚪ ม้าเทาอ่อน | GL-02 | ZT03 |
• ห้ามเปิดบัญชีเพิ่ม (ยกเว้นรับเงินช่วยเหลือภาครัฐ) • ระงับอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง • ทำธุรกรรมได้ที่สาขาเท่านั้น |
| 🟤 ม้าน้ำตาลเข้ม | BM-01 | ZT04 |
• ห้ามเปิดบัญชีเพิ่ม (ยกเว้นรับเงินช่วยเหลือภาครัฐ) • ไม่เสนอขายผลิตภัณฑ์/บริการอื่น • ระงับอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง • ถอนได้เฉพาะเงินสวัสดิการแห่งรัฐ (Override พนักงาน ระดับ 8+) |
| 🟫 ม้าน้ำตาลอ่อน (ระดับ 5 - เบาสุด) |
- | ZT05 |
• ระงับอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง • ถอนได้เฉพาะเงินสวัสดิการแห่งรัฐ (Override พนักงาน ระดับ 8+) • ยังเปิดบัญชีเพิ่มได้ (ต่างจาก 4 ระดับแรก) |
💡 บัญชีต้องสงสัย (Frad): รายชื่อที่สถาบันการเงินตรวจพบพฤติกรรมตามเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแชร์จากหน่วยงานอื่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา (ยังไม่มีผู้เสียหาย) — ถอนได้เฉพาะเงินสวัสดิการแห่งรัฐผ่าน Override พนักงาน ระดับ 8+
- ตรวจสอบบุคคล — พิจารณาว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับเอกสารแสดงตน
- ทำ EDD เข้มข้นรายบัญชี — สอบถามพิสูจน์ข้อเท็จจริงเข้มข้น
- ลูกค้าต้องนำสมุดบัญชี + โทรศัพท์ที่ใช้ BAAC Mobile มาแสดง
- สอบถามข้อมูล — วัตถุประสงค์การใช้บัญชี, แหล่งที่มาของรายได้
- ตรวจสอบหมายปลดอายัด — ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เลขบัญชี, อ้างถึงหนังสืออายัด
- ประสาน จท. (กลุ่มงานตรวจจับธุรกรรมอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) — โทร 1441 กด 2
- หาก จท. เห็นควรปลด — สาขาจัดทำหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก (302.02) เลือกข้อ 11 อื่นๆ สแกนเอกสารส่ง
baac.cyber@baac.or.th - กรณีม้าดำ: แจ้งลูกค้าติดต่อ Call Center กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หมายเลข 1441 กด 2
📋 17. ข้อมูลแสดงตน — ลำดับที่ต้องจัดเก็บ (KYC Checklist)
การจัดให้ลูกค้าแสดงตนก่อนการใช้บริการ ต้องจัดเก็บข้อมูลแสดงตนตามลำดับที่กำหนด โดยแยกระหว่าง บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล
| ลำดับ | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล |
|---|---|---|
| 1 | ชื่อเต็ม | ชื่อนิติบุคคล |
| 2 | วัน เดือน ปี เกิด | ประเภทกิจการและวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม |
| 3 | ข้อมูลอ้างอิงการแสดงตน: • คนไทย = เลขประจำตัวประชาชน • คนต่างด้าว = เลขหนังสือเดินทาง | สถานที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์ |
| 4 | สถานที่อยู่ | เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (ถ้ามี) |
| 5 | ข้อมูลการติดต่อ: หมายเลขโทรศัพท์หรือ e-mail | ชื่อเต็มของผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล |
| 6 | หลักฐานการแสดงตน: เก็บในรูปแบบสำเนาเอกสารหรือวิธีอื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ | ข้อมูลของบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้าย ในการติดต่อขอสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือการทำธุรกรรม |
| 7 | ข้อมูลอาชีพ ชื่อและสถานที่ตั้งของที่ทำงาน | — |
| 8 | ลายมือชื่อลูกค้า: ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือข้อมูล Biometric | — |
- นิติบุคคลทั่วไป: หนังสือรับรองการจดทะเบียนที่นายทะเบียนออกให้ ไม่เกิน 6 เดือน
- นิติบุคคลที่ไม่จดทะเบียนในประเทศไทย: หลักฐานการเป็นนิติบุคคลที่หน่วยงานน่าเชื่อถือรับรอง ไม่เกิน 6 เดือน
- ส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ: หนังสือแสดงความประสงค์ + หนังสือแต่งตั้ง/มอบอำนาจ
- สหกรณ์/มูลนิธิ/สมาคม/วัด/ศาลเจ้า: หนังสือแสดงความประสงค์ + หนังสือจดทะเบียน + หนังสือแต่งตั้ง/มอบอำนาจ
พิจารณาลักษณะความสัมพันธ์ที่มีระดับความสำคัญจาก มากที่สุด → น้อยที่สุด เพียงลำดับเดียว
| ระดับ | ประเภทลักษณะความสัมพันธ์ |
|---|---|
| 7 | ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไป |
| 6 | ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป (ต่างชาติ) |
| 5 | ผู้มีอำนาจควบคุม |
| 4 | ประธาน |
| 3 | กรรมการ |
| 2 | ผู้รับมอบอำนาจ |
| 1 | สาธารณะรับรู้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกัน |
✅ 18. ธุรกรรมที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องรายงาน ปปง.
ธุรกรรมที่กฎหมายกำหนดให้ ยกเว้น ไม่ต้องรายงานธุรกรรมต่อ ปปง. แม้จะเข้าเงื่อนไขอื่นก็ตาม
• ธุรกรรมโอนเงิน/ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
• ทรัพย์สินที่เป็น เรือกำปั่น, เรือตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป, เรือกลไฟ, เรือยนต์ตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป, แพ
• ทรัพย์สินที่เป็น ยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องจักรกลอื่นใด
• บริการเครือข่ายบัตรเครดิต/เครือข่ายอีดีซี
• บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงิน
• บริการหักบัญชี ชำระดุล
• บริการหักบัญชีเช็ค ดราฟต์ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตราสารทางการเงินอื่น
📊 19. เกณฑ์รายงานธุรกรรม + รอบทบทวนความเสี่ยง
| แบบรายงาน | ประเภท | จำนวนเงิน | ระยะเวลารายงาน |
|---|---|---|---|
ปปง.1-01 | เงินสด | ตั้งแต่ 2,000,000 บาท | 7 วัน (ถัดจากวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน) |
ปปง.1-02 | ทรัพย์สิน | ตั้งแต่ 5,000,000 บาท (รวมรายการวันเดียวกัน) | 7 วัน (ถัดจากวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน) |
ปปง.1-03 | ธุรกรรมต้องสงสัย (STR) | ไม่จำกัดจำนวนเงิน | 7 วันนับแต่วันที่มีเหตุอันควรสงสัย |
ปปง.1-05-9 | โอนเงิน/ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ — ผ่านบัญชี | ตั้งแต่ 700,000 บาท | 7 วัน (ถัดจากวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน) |
ปปง.1-05-9 | นำเงินสดโอน — ต่างธนาคาร ORFT / ต่างประเทศ / Western Union / โอนลอย | ตั้งแต่ 100,000 บาท | 7 วัน (ถัดจากวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน) |
ปกร.03 / ปกร.04 | แจ้งทรัพย์สินถูกระงับ / ลูกค้าในรายชื่อที่ถูกกำหนด | — | 10 วัน |
สาขาต้องดำเนินการทบทวนและปรับระดับความเสี่ยงลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน:
| ระดับความเสี่ยง | รอบทบทวน | ลักษณะลูกค้า |
|---|---|---|
| 🟢 ระดับ 1 (ต่ำ) | ทุก 3 ปี | ลูกค้าทั่วไป ไม่ปรากฏรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด ไม่ใช่ชาวต่างชาติ |
| 🟡 ระดับ 2 (ปานกลาง) | ทุก 2 ปี | ลูกค้าชาวต่างชาติ |
| 🔴 ระดับ 3 (สูง) | ทุก 1 ปี | ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขห้ามทำธุรกรรม หรือเฝ้าระวัง (FREEZE / HR) |
- มาตรา 62 — ไม่จัดให้ลูกค้าแสดงตน / ไม่ทำ CDD: ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท + ปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน
- มาตรา 66 — เปิดเผยข้อเท็จจริง/หันหน้าจอ CDD ให้ลูกค้าดู: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ไม่รายงานธุรกรรม: ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท + ปรับวันละไม่เกิน 10,000 บาท
- รายงานเท็จ/ปกปิดข้อเท็จจริง: จำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฝ่าฝืนเปิดเผยการตรวจสอบ/รายงาน: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- เก็บรายงานธุรกรรมน้อยกว่า 5 ปี: ต้องเก็บรักษารายงานธุรกรรมไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่ลูกค้าทำธุรกรรม